Categories
The Right People

CANVAS กำหนดกลยุทธ์บริหาร ‘คนที่ใช่’ อย่างมีประสิทธิภาพ

VUCA World เป็นหนึ่งในแรงกดดันให้องค์กรต้อง Transform ตนเองในหลายด้าน กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่องค์กรคาดหวังให้ช่วยผลักดัน Performance ขององค์กรต้องมี “คน” เป็นทรัพยากรที่สำคัญ อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่จะช่วยผลักดันองค์กรให้เดินหน้าไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ แต่ The Right People คือคำตอบ

The Right People at First Time คือหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารคนและบริหารองค์กรที่ QGEN ได้เคยนำเสนอ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Employee Journey ที่องค์กรต้องคิดให้มากขึ้นว่าจะสร้าง Employee Experience ที่ดีพอในการที่จะดึงศักยภาพอย่างเต็มที่ของพนักงานออกมาให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

One Size Never Fit All คือความเชื่อที่ QGEN ใช้เป็นกรอบในการบริหารคน โดยเฉพาะ “คนที่ใช่” ขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารและ HR ต้องใช้ Empathy เพื่อเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่า “คนที่ใช่” เป็นใคร มีความเชื่อ ความคิด เป้าหมาย รวมไปถึงข้อจำกัดอะไรบ้าง เพื่อที่จะกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ขององค์กรและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายทั้งที่เป็น The Existing Right People และ The Right People in the Future

QGEN : The Right People Management Canvas เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้บริหารและ HR ได้ Empathy และเห็นภาพที่ชัดเจนของ “คนที่ใช่” เพื่อที่จะนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย แนวปฏิบัติ ตลอดทั้ง Employee Journey เพื่อสร้าง Employee Experience ที่เหมาะสม ส่งผลโดยตรงต่อ Employee Engagement และ Performance ของพนักงานในที่สุด

วิธีที่ดีที่สุดในการใช้เครื่องมือนี้คือการ Brainstorm เพราะเราเชื่อในมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และเมื่อเราเข้าใจถึงที่มาที่ไปอย่างมีเหตุผลแล้ว การนำไปประยุกต์ใช้ภายใต้สถานการณ์หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่แต่ละองค์กรมี ก็น่าจะเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

ย้ำอีกทีว่า One Size Never Fit All การบริหารคนอาจจะไม่มีแนวทางที่สำเร็จรูป ต้องปรับต้องแก้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่ “คน” ในแต่ละทีม หรือแต่ละเหตุการณ์มี Lifestyle ที่แตกต่างกันออกไป

QGEN : The Right People Management Canvas เริ่มต้นตั้งคำถามตั้งแต่ระดับองค์กร หรืออย่างน้อยที่สุดคือระดับทีม ที่จะต้องมีภาพที่ชัดเจนมากคือ

1. Business Needs and Goal
เป้าหมายขององค์กร หรือของทีมในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี เช่นการขยายสาขา การเพิ่มยอดขาย การ Transform องค์กรให้เป็น Digital

2. Challenge and Limitation
อะไรคือข้อจำกัดขององค์กรหรือทีม ที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เช่น งบประมาณที่จำกัดไม่สามารถขอเพิ่มได้ การทำงานบนระบบมาตรฐานเดิม การใช้เทคโนโลยีเดิมในระยะเวลา 2 ปีนี้ หลังจากที่ชัดเจนในระดับองค์กรหรือระดับทีมแล้ว สิ่งที่เราต้องคิดต่อก็คือ “คนที่ใช่” แบบไหนที่จะพาให้องค์กรหรือทีม เดินไปสู่เป้าหมายตาม Business Needs and Goal ภายใน Challenge and Limitation ดังกล่าว

3. Demographic
ซึ่งต้องถอดออกมาให้เห็นภาพทั้ง Character , Competency และ Behavior

4. Individual Goal
เป้าหมายของ “คนที่ใช่” ตาม Demographic คืออะไร เช่น การเติบโตอย่างรวดเร็วในองค์กร หรือความมั่นคงทางรายได้ ซึ่งสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้สองรูปแบบคือ การทำแบบสำรวจเชิงลึก หรือการระดมสมองจากประสบการณ์

5. Individual Challenge
ความท้าทายที่เป็นไปได้ของ ”คนที่ใช่” ตาม Demographic ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในที่ทำให้คนเหล่านั้นไม่สามารถไปสู่เป้าหมายได้ เช่น Burn Out ง่าย เครียดง่าย ขาดความอดทน เป็นต้น

6. Fear and Limitation
ความกลัวและข้อจำกัด เป็นไปได้ของ ”คนที่ใช่” ตาม Demographic เช่น การไม่ชอบงาน Routine ข้อจำกัดในความสามารถด้านการบริหารคน หรือแม้แต่ข้อจำกัดเรื่องของการสื่อสาร

เมื่อเราเห็นภาพที่ชัดเจนทั้งในมิติขององค์กรหรือทีม และมิติของ “คนที่ใช่” ได้ชัดเจน หรือชัดเจนมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือการกำหนดกลยุทธ์สามด้านที่สำคัญคือ Recruitment Strategy , Motivation Strategy และ Rewarding Strategy ที่ต้องทำให้เชื่อให้ได้ว่า นี่คือการออกแบบมาเพื่อ The Right People จริง ๆ

Wrong Strategy ย่อมส่งผลต่อ The Right People แน่ ๆ QGEN The Right People Management Canvas อาจจะไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่จะช่วยให้เราบริหารจัดการคนที่ใช่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แต่จะช่วยให้เรามี Empathy และเข้าใจทั้งองค์กรและคนอย่างที่ควรจะเป็น

QGEN The Right People Management Canvas เป็นหนึ่งในเครื่องมือของหลักสูตร “The RIGHT People Management” รุ่นที่ 2 ซึ่งจะได้เรียนรู้และทำ Workshop ด้วยการเรียนสดกันในวันที่ 1-2 มีนาคม 2564 (หลักสูตร 2 วัน รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/37AF7W1

หรือหากที่มีข้อสงสัย ต้องการข้อมูลอื่น ๆ สอบถามได้ที่ Inbox หรือ Line : @QGEN (มี @ ข้างหน้า) Email : Panisa@qgen.co.th หรือโทร. 095-706-5170 (คุณปาณิศา)

Categories
The Right People

ทำไม HR ถึง Transform ตนเองไม่ได้สักที

HR จะ Transform ตนเองได้ ต้องเริ่มจากการสร้าง Mindset ที่ถูกต้องให้กับตนเองว่า HR สามารถที่จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับองค์กรได้ ถ้าขาด Mindset นี้ไป อาจจะไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่อง Transform เพราะงานของ HR อาจจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี หรือไม่ก็ Outsource Service ได้ในไม่ช้า

ความท้าทายถัดมา คือการ Rebrand เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พิสูจน์ให้ทั้งผู้บริหาร และ Line Manager เห็นว่า HR สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจผ่านกระบวนการของ HR ได้ ทั้งในเรื่อง The Right People at First Time, การพัฒนาทักษะที่จำเป็นล่วงหน้าทั้ง Hard Skill และ Soft Skill, การปรับผังองค์กรให้เหมาะกับรูปแบบการทำงาน, การกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมและดึงศักยภาพการทำงาน

การจะสร้างมูลค่าผ่านกระบวนทำงานตามที่ว่ามา สิ่งแรกที่ HR ไม่เพียงแค่รู้ แต่ต้องเข้าใจอย่างจริงจังก็คือ ธุรกิจขององค์กรทั้งในระดับ Macro และ Micro ถ้าเราไม่เข้าใจธุรกิจ การบริหารคนของเราก็จะยากที่จะเข้าเป้า และส่งเสริมให้องค์กรเติบโต (หาก HR และผู้บริหารท่านใดที่สนใจเรื่องกลยุทธ์การบริหารคนและองค์กร ลองอ่านบทความนี้ดูครับ)

ลองให้คะแนนดูครับ ถ้าเราเป็น HR คะแนนจาก 0 – 100 เราเข้าใจธุรกิจซักกี่คะแนน แล้วถ้าคะแนนเราไม่ถึง 50 แน่นอนว่าเราต้องพัฒนา ส่วนจะพัฒนายังไงนั้น อย่าให้เสียชื่อความเป็น HR นะครับ

แล้วถ้า HR คือหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร แต่ HR เองยังไม่ Transform ตัวเอง แล้วเราจะไปผลักดันให้หน่วยงานอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงได้ยังไง

อาจจะไม่แปลกเลยที่องค์กรหรือผู้บริหาร ไม่ได้ให้ HR เข้าไปอยู่ในแผนด้วย เพราะ HR เองไม่ได้สร้างความมั่นใจเลยว่าจะเปลี่ยนแปลงได้

แล้ว HR จะเริ่มจากอะไรดี ผมขอเริ่มอย่างนี้ครับ

ข้อแรก
ตอบคำถามให้ชัดว่าหน้าตาของงาน HR หลังจากผ่านการ Transform แล้วเป็นอย่างไร

นี่คือข้อที่สำคัญมากครับ เพราะถ้าภาพเราไม่ชัด เราก็จะไม่รู้เหมือนกันว่าเรากำลังจะเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร วาดภาพให้ชัดเลยว่า 80 % ของงาน HR จะเป็น Digital ทั้งหมด เหลือไว้แค่ 20 % เพราะอาจจะมีงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายนอกที่เค้าอาจจะไม่ได้ Digital ไปกับเรา

มีภาพชัด เราก็เดินหน้าง่ายครับ

ข้อที่สอง
ทำความเข้าใจกับกระบวนการ Transformation คือ Explore, Experiment และ Learn ซึ่งกว่าจะผ่าน Experiment มาเป็น Learn ได้คือไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ทุกการทดลองจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นสิ่งที่ HR จะต้องเจอคือ Work Hard ในช่วง Transformation แน่ ๆ

ถ้าการ Transform ของ HR ไม่ได้ผล นั่นอาจจะเพราะเรายัง Work Hard ไม่พอก็ได้ ลองไปวิเคราะห์ดูครับ

ข้อที่สาม
กำหนด Mindset ที่จำเป็นซึ่งแน่นอนว่าต้องมี Growth Mindset เป็นที่ตั้ง เน้นในเรื่องของการสร้าง Employee Experience มากกว่าแค่การสร้าง Process ในการทำงานโดยไม่ได้สนใจว่าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรหรือไม่ และที่สำคัญกำหนดบทบาทในงานของตนเองให้เป็นผู้กำหนดกลยุทธ์และให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารคน มากกว่าเพียงทำงานเอกสาร

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าง่ายก็คงสำเร็จกันไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญถ้า HR สามารถ Transform ตนเองได้สำเร็จ HR จะเป็น Game Changer ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร

สรุปกันอีกที เหตุผลที่ HR ยัง Transform ไม่สำเร็จ

1. ไม่มี Mindset ว่า HR สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้

2. ไม่เข้าใจธุรกิจมากเพียงพอ

3. มองไม่เห็นหน้าตาที่ชัดเจนของ HR หลังจาก Transform แล้ว

4. ไม่เข้าใจกระบวนการ Transform

5. Work Hard ไม่พอ

6. ทีมงานขาด Growth Mindset หรือมี Growth Mindset แต่นำไปปรับใช้ในการพัฒนาวิธีการทำงานได้ไม่ดีพอ

ลองไปวิเคราะห์ดูว่าเราขาดอะไร แล้วรีบแก้ไขนะครับ

Categories
The Right People

ทำไมองค์กรเราถึงไม่ใช่ ทางเลือกแรกของคนเก่ง

อยากได้คนเก่งเข้ามาทำงาน แต่คนเก่งไม่เลือกเรา หรือแย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้จักองค์กรของเราเลยด้วยซ้ำ แล้วจะทำอย่างไรให้บริษัทเราเป็น Employe of Choice ? 4E ที่ผู้บริหารและ HR ต้องรู้จัก ทำความเข้าใจและลงมือทำอย่างจริงจังคือ Employee Journey, Employee Experience และ Employee Engagement ซึ่งทั้ง 3E จะส่งผลไปถึง Employer Branding ที่เป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรของเราเป็น Employer of Choice หรือองค์กรที่ใคร ๆ ก็อยากมาร่วมงานได้

อยากให้องค์กรเป็น Employer of Choice สิ่งที่องค์กรต้องทำคือ Employer Branding ซึ่ง 2 องค์ประกอบสำคัญคือ

  1. มีในสิ่งที่คนเก่งหรือกลุ่มเป้าหมายอยากได้
  2. สื่อสารทั้งข้อเท็จจริงและอารมณ์ให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย

ถ้ามีในสิ่งที่คนเก่งเป้าหมายอยากได้ แต่สื่อสารไม่ถึงแล้วจะมีใครรู้ว่าองค์กรเราดีกว่าคนอื่นได้ยังไง

ข้อได้เปรียบเสียและเสียเปรียบอีกอย่างนึงคือ องค์กรที่มีการทำ Corporate Branding และ Customer Branding หรือ Product Branding อย่างสม่ำเสมอย่อมได้เปรียบ จริง ๆ แล้วเราไม่ได้รู้เลยว่าองค์กรนั้น เค้าดูแลพนักงานอย่างไร แต่เรารู้สินค้าของเค้าคืออะไร คนเก่งรู้จักองค์กรนั้น เลือกที่จะเดินไปทำงานที่องค์กรนั้น ทั้ง ๆ ที่องค์กรของเรามีการดูแลคนที่ดีกว่าองค์กรเหล่านั้น

แล้วทำไมถึงต้องอยากเป็น Employer of Choice ลองคิดและคำนวณแบบนี้นะครับ

ถ้าอยากรับสมัครวิศวกรเก่ง ๆ ซักคนนึง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีคนยื่น Profile มาให้เรา 10 คนถึงจะได้วิศวกรเก่ง ๆ ซักคนนึง แล้วถ้าองค์กรอยากได้วิศวกรซัก 10 คน นั้นหมายความว่าเราต้องได้ Profile 100 คน

องค์กรที่ไม่เป็นที่รู้จักเลย จะได้ Profile 100 คนต้องใช้ Effort และ Cost เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับองค์กรที่เป็นที่รู้จักและใคร ๆ ก็อยากจะร่วมงานด้วย

3 กลยุทธ์ในการสร้าง Employer of Choice

แล้วอะไรที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากจะมาร่วมทำงานกับองค์กรของเรา เงินเดือนดี ๆ โบนัสเยอะ ๆ ความมั่นคงในการทำงานหรือโอกาสในการเติบโต ทั้งหมดนั่นใช่ แต่เป็นใช่แบบ Traditional สิ่งที่องค์กรต้องคิดและกำหนดเป็นกลยุทธ์ รวมถึงลงมือทำให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน 3 ข้อใหญ่ ๆ คือ

1. สร้าง Proud to Be
ทำให้พนักงานปัจจุบันมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สร้าง Proud to Be ให้เกิดขึ้นภายในให้ได้ ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ Employee Engagement ต้องดีมากพอที่จะสร้าง Advocacy ให้เกิดขึ้นได้

2. วัฒนธรรมองค์กร
วัฒนธรรมองค์กรต้องมีความชัดเจนในเชิงการปฏิบัติ และสื่อสารให้เกิดเห็นภาพว่านี่คือองค์กรของคนเก่ง ที่คนเก่งจะได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ Empowerment Rate

3. Leader Branding
Leader Branding ผู้นำขององค์กรต้องเป็น Idol ของกลุ่มเป้าหมาย และเป็น Icon ของความเก่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจองค์กร ซึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ Leader ทำการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น Online หรือ Offline มีคนให้ความสนใจมากแค่ไหน

ถ้าเราเห็นองค์กรอื่น โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นคู่แข่งของเราเป็น Employer of Choice ของกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ให้ออกว่าเค้ามีอะไร แล้วเราไม่มีอะไร หรือจริง ๆ เราก็มีแต่เราไม่ได้ทำอะไร

แล้วทำไมถึงไม่ทำ

ถ้าอยากให้องค์กรเป็น Employer of Choice ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ต้องคิดให้ถี่ถ้วนคือ “ใครคือ The Right People” องค์กรอยากได้ Mid Career หรือคนที่มีประสบการณ์ทำงาน แต่ 80 % ที่ยื่น Profile ให้กับองค์กรเป็น Fresh Graduate การที่เราเป็นองค์กรอันดับต้น ๆ ที่ใคร ๆ ก็อยากทำงานด้วยอาจจะไม่มีความหมายเลย ถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่คนที่องค์กรอยากได้

Focus ให้ถูกกลุ่ม เลือกกลยุทธ์ให้ตรงเป้า องค์กรของเราก็จะเป็น Employer of Choice และส่งเสริมให้เกิด The Right People at First Time ได้เช่นกัน

Categories
Categoires

กลยุทธ์ Netflix : อย่ายอมให้ใครจ่ายแพงกว่าเรา

กลยุทธ์ Netflix

เผยกลยุทธ์ของ Netflix จากหนังสือ NO RULES RULES Netflix and the Culture of Reinvention ซึ่งเป็นหนังสืออีกเล่มที่ออกมาเขย่าตัวและกระทุ้งผู้บริหารอีกทีว่าวิธีการที่เราใช้บริหารองค์กร บริหารคนในตอนนี้ยังใช่อยู่หรือไม่

ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะพูดกันว่าเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องทันสมัยหรือเป็นเรื่องโบราณ แต่คำถามที่สำคัญที่สุดคือมันใช่หรือเปล่า เพราะใหม่ไม่ได้แปลว่าเหมาะ แพงไม่ได้หมายความว่าจะมีประสิทธิภาพเสมอไป

ความเชื่อหนึ่งที่ผมมีเสมอในการบริหารคือ มีกฎให้น้อยที่สุด เท่าที่จำเป็น แล้วเมื่อไหร่ที่คิดจะตั้งกฎเพิ่ม คิดให้ดี ๆ ก่อนว่านั่นเป็นกฎที่ส่งเสริมศักยภาพในการทำงานใช่หรือไม่ หรือตั้งกฎเพิ่มขึ้นมาเพื่อควบคุมคนที่ “ไม่ใช่” ให้ออกนอกลู่นอกทางให้น้อยที่สุด

นี่คือช่วงเวลาที่เราต้องโฟกัสไปที่ “คนที่ใช่” มากกว่าคนที่ไม่ใช่ และวิธีการบริหารคนที่ใช่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือก The Right People at First Time คือสิ่งที่ Netflix เอง Google เอง และหลายองค์กรให้ความใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ถ้าอยากให้องค์กรเดินหน้า เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจับต้องได้

แล้วถ้าอยากได้คนที่ใช่ ก็ยอมจ่ายให้แพงกว่าคนอื่น นี่คือกลยุทธ์ของ Netflix

ต้องเงินเหลือ ๆ ใช้มั้ยถึงใช้กลยุทธ์แบบนั้นได้ นั่นก็อาจจะใช่ แต่ผมก็มั่นใจว่าองค์กรอย่าง Netflix มองเห็นถึงความคุ้มค่า ถ้ายอมจ่ายราคา Average แล้วผลลัพธ์ Average ด้วย องค์กรจะเดินหน้าทิ้งห่างคนอื่นได้ยังไง

องค์กรอย่างเราควรเอาอย่างมั้ย ผมแนะนำให้เราพิจารณาหา Strategic Position ของเราให้เจอ แล้วลองใช้กลยุทธ์ Pay Top of Personal Market เหมือนที่ Netflix ทำดู ย้ำอีกทีว่า Focus ที่ Strategic Position ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องทำทุกตำแหน่ง ผมมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดหวังไว้

แต่ต้องไม่ลืมว่า เราควรจ่ายแบบนี้ให้ “คนที่ใช่” ต้องมั่นใจว่าคนที่ใช่คือคนที่ผลงานได้ดีกว่าคนอื่น X เท่า

อีกอย่างคือเมื่อได้คนที่ใช่มาร่วมงานกับเรา ด้วยการจ่ายที่ Top of Market แล้ว อย่าดูแลเค้าเหมือนดูแลเด็ก Treat เค้าอย่างมืออาชีพ เหมือนผู้ใหญ่คุยกับผู้ใหญ่ อย่าจ้างใครมาแพง ๆ แล้วทำเหมือนเค้าทำอะไรไม่เป็น ตัดสินใจอะไรไม่ได้

เพราะต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนให้คนที่ใช่ ถ้าบริหารจัดการเค้าอย่างไม่มืออาชีพ ไม่ให้คุณค่าที่สมราคา องค์กรของเราก็อาจจะไม่ใช่องค์กรที่ใช่สำหรับคนเก่งเช่นกัน

ลองอ่านกลยุทธ์การบริหารคนและองค์กรที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความนี้ได้ครับ

Categories
The Right People

ต้นทุนที่ต้องจ่ายของการบริหารด้วยความไม่เชื่อใจ

DISTRUST ORGANIZATION ต้นทุนที่ต้องจ่ายของการบริหารด้วยความไม่เชื่อใจ

Trust หรือความเชื่อใจคือหนึ่งในการยอมรับให้เกิดความเสี่ยง แต่การไม่เชื่อใจก็เป็นความเสี่ยงรูปแบบที่มีผลต่อความยั่งยืนในองค์กร องค์กรที่จะขับเคลื่อนต่อไปด้วย Distrust คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Process ใส่ Input ไปเท่าไหร่ Output ต้องออกมาตามที่คาดหวังไว้ มี Efficiency เป็นตัวชี้วัดที่จะบอกว่าองค์กรทำสำเร็จหรือไม่

Creativity และ Innovation คือสิ่งที่หายไป และนั่นคือต้นทุนสำคัญที่ Distrust Organization ต้องจ่าย แต่ถ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญขององค์กร ให้จ่ายเยอะแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่องค์กรต้องใส่ใจ

คำถามที่น่าสนใจคือ องค์กรของเรามี “Trust” ในกระบวนการบริหารแค่ไหน แล้วเป้าหมายขององค์กรต้องใช้ “Trust” ในระดับไหนในการขับเคลื่อนองค์กร แล้วกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่องค์กรออกแบบมา ไปด้วยกันได้ดีกับการสร้าง Culture of Trust ใช่หรือไม่

เมื่อไหร่ที่องค์กรบอกว่าเราจะใช้ Trust ในการขับเคลื่อนองค์กร นั่นหมายถึงว่าองค์กรให้ Value กับ People มากกว่า Process นี่คือจุดที่สำคัญเพราะถ้าหาก People & Organization Policy, Practice และ Strategy ขัดแย้งกับการที่บอกว่า “Trust คือสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร”

นั่นคืออีกหนึ่งต้นทุนที่เราต้องจ่ายไปโดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทน

สิ่งที่องค์กรต้องการในวันนี้ คือ The Right People คนที่เก่งคนที่ใช่ เราใช้เวลาและกระบวนการที่มีต้นทุนในการเลือกคนที่ใช่มาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เมื่อถึงเวลาที่เค้ามาทำงานให้กับองค์กร องค์กร Control หรือ Empower ให้คนเก่งได้ทำงาน

การแสกนลายนิ้วมือลงเวลาในการทำงาน ยังจำเป็นอยู่มั้ย ถ้าเราบอกว่าเราเลือกคนที่ใช่มาแล้ว ทำไมเราถึงไม่ไว้ใจเค้า หรือจริง ๆ แล้วกระบวนการคัดเลือกของเรา ไม่ได้ดีพอที่จะเลือกคนที่เรา Trust ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม

นี่อาจจะยังเป็นเรื่องเล็ก ๆ

เรื่องที่ใหญ่กว่านั้นในกระบวนการบริหารคือ องค์กรให้คุณค่ากับการ “พูดจริงทำจริง” แค่ไหน ระบบประเมินผลขององค์กร ที่เชื่อมโยงไปสู่การให้ Reward & Recognition ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน รวมไปถึงการปรับระดับ แนวทางในการเลือกใครขึ้นมาเป็น Leader ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้เกิด Culture of Trust ใช่หรือไม่

ถ้าไม่ใช่ นั่นหมายความว่าองค์กรคาดหวังให้เกิด Trust แต่ไม่ได้ออกแรงหรือสร้างตัวเร่งให้เกิด ตีความเป็นนัย ๆ คือ ไม่ได้รีบร้อนให้บริหารด้วย Trust

เรื่องจริงคือไม่ใช่ แทบจะทุกองค์กรอยากเดินไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น แต่ลืมที่จะมองและสร้างการบริหารด้วย Trust ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ลองเช็คดูง่าย ๆ คือเราฟังกันแค่ไหนเวลาที่เกิดปัญหาหรือมีความขัดแย้งในองค์กร และผลสรุปสุดท้ายของการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง เราเลือก The Best Solution หรือเราเลือกจากคนที่เสียงดังที่สุด

และแน่นอนว่าองค์กรประกอบที่สำคัญที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปด้วย Trust คือ Empowerment ให้กับ The Right People เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มจากการเลือก The Right People ที่มีทั้ง Character และ Capability ที่ใช่ ซึ่ง The Right People เองก็ต้อง “พูดจริงทำจริง” และรักษา “ความสม่ำเสมอ” ไว้ให้ได้ภายใต้เงื่อนไขของการกระบวนการบริหารคนในองค์กร

องค์กรที่บริหารแบบไม่เชื่อใจใน The Right Person นั่นก็คือต้นทุนอีกแบบนึงที่เราต้องเสียไปโดยไม่ได้อะไรตอบแทน

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การไม่ลงทุนก็ทำให้เกิดความเสี่ยง การลงทุนด้วยการบริหารอย่างเป็นระบบและสร้างวัฒนธรรมในความเชื่อใจ จะสนับสนุนและผลักดันให้เกิด Creativity และ Innovation ที่จะส่งผลต่อไปถึงความยั่งยืนขององค์กร และเป็นการบริหาร The Right People ให้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

กลยุทธ์ นโยบาย กระบวนการในการบริหาร People & Organization สร้างให้เกิด Trust ในองค์กรแล้วหรือยัง

Categories
Business Human Resource

5 เรื่องที่ HR ต้องทำและโฟกัส ปี 2020

“คน” คือหนึ่งในอาวุธสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดในสถานการณ์ในความท้าทายทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบีบให้ธุรกิจต้องปรับตัว ในขณะที่งบประมาณก็มีจำกัด Technology และ Disruptive ต่าง ๆ ก็พร้อมจะเพิ่มพลังให้กับคู่แข่ง HR ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องคนโดยตรง ต้องปรับตัวให้ทันหรือให้นำหน้าคู่แข่งให้ได้

5 เรื่องที่ HR ต้องทำในปี 2020

5 เรื่องในปี 2020 ที่ HR ต้องโฟกัส เพื่อให้ “คน” เป็นอาวุธที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้

1. Rebrand and Well Manager HR Branding

ลองพิจารณาให้ดีครับว่าวันนี้ ในฐานะ HR เราอยากให้คนที่ทำงานร่วมกันกับเรามองเราแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร Line Manager พนักงานระดับอื่น รวมไปถึง Target Candidate แล้วสิ่งที่เราอยากให้เค้ามองเรา กับสิ่งที่เค้ามองเราจริง ๆ ต่างกันแค่ไหน

ถ้าเราอยากให้ผู้บริหารมองเราเป็น Business Partner แต่วันนี้ผู้บริหารยังคิดว่าเราไม่เข้าใจธุรกิจอยู่เลย ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราเข้าใจเป็นอย่างดี ทำอย่างไรให้ผู้บริหารจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเรา

การ Rebrand HR จะช่วยให้เราทำงานได้ Smart และมี Value มากขึ้นครับ

2. Gen Z Understanding

Gen Z เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ซัก 2-3 ปี ในวันนี้ Gen Z เองจะยังไม่มีอิทธิพลมากในเชิงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อีก 2-3 ปีข้างหน้า สัดส่วนของ Gen Z จะมากพอที่จะทำให้เริ่มเห็นพฤติกรรมที่แตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น และแน่นอนว่า เราหนีการมาของเค้าไม่ได้ครับ

สิ่งที่ HR จะต้องทำตั้งแต่วันนี้คือการทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับ Gen Z ล่วงหน้า เพราะทั้งรูปแบบการเลือกงาน องค์กรที่ Gen Z สนใจ วิธีการทำ Employer Branding องค์กรของเราเป็น First List ของ Gen Z ไปจนถึงวิธีจะดึงศักยภาพของเค้าออกมาให้เต็มที่ที่สุด ไปพร้อม ๆ กับบริหารความแตกต่างระหว่าง Generation ที่จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายขององค์กร

3. Redefine and Redesign Talent Management

Talent เมื่อวาน ยังคงเป็น Talent ในวันนี้ใช่มั้ย แล้วอนาคตล่ะ ยังใช่อยู่มั้ย ถ้าใช่ต้องทำอะไร ถ้าไม่ใช่ต้องทำอะไร

หลายครั้งเรามักจะลืมหรืออาจจะเคยชินกับ Talent Definition ที่ใช้ต่อ ๆ กันมา แต่ถ้าวันนี้บริบทของธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายขององค์กรก็ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องทบทวนและยกเครื่อง Talent Management ทั้งระบบตั้งแต่นิยามเลยว่า แบบไหนคือ Talent แบบไหนที่ไม่ใช่ แล้ว Design ทุกกระบวนการใน Employee Journey ให้สอดคล้องกับ Talent ทั้ง Recruit, Develop และ Retain เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า Talent ที่องค์กรมีขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน

และที่ HR จะลืมไม่ได้เพราะสำคัญพอกันคือ จะมีวิธีการบริหารจัดการคนที่ไม่ใช่ Talent อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มนุษยธรรมได้อย่างไร อะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงมั้ยครับ

4. Speed up The “RIGHT” Selection System

ความเร็วของการเปลียนแปลงทำให้องค์กรไม่ได้มีเวลามากนักในการพัฒนาคน เราต้องการคนที่พร้อมหรือเกือบจะพร้อมมากที่สุด เพื่อใช้เวลาน้อยที่สุดในการพัฒนา และแสดงศักยภาพให้เร็วที่สุด ดังนั้นการเลือกคนที่ใช่ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งเลือกคนที่ถูกต้องได้เร็วแค่ไหน ยิ่งทำให้เราหนีคู่แข่งได้เร็วแค่นั้น ดังนั้น HR ต้องหาและเพิ่มเครื่องมือที่จะทำให้เราเลือกคนที่ใช่ให้เร็วขึ้น

Employer Branding คือหนึ่งเรื่องที่องค์กรควรเห็นความสำคัญให้มากขึ้น ยิ่ง Brand ดี โอกาสจะเลือกก่อนหรือมีตัวเลือกเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เจอคนที่ใช่ ในขณะ HR ก็ต้องเรียนรู้และรู้จักนำ Technology มาช่วยให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Assessment ที่ทำให้เรารู้จัก Candidate ได้ลึกขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มทางเลือกหรือการใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ช่วยได้เช่นกัน

ลองคำนวณต้นทุนของการหาคนผิดพลาดอย่างจริงจัง จะรู้ว่าการทำ Employer Branding การใช้เทคโนโลยีในการหาคน คุ้มค่ากว่าที่คิด

5. Boost Up Employee Engagement thru Employee Experience

หา Talent ที่ใช่ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษา Talent ไว้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน แล้วองค์กรไหนที่ทำ Employee Engagement มาตลอด แต่ผลสำรวจออกมาคะแนนแทบจะไม่ต่างจากเดิมทั้งที่เราก็พยายามปรับหลายอย่างให้กับพนักงาน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เป็นไปได้ว่าเราอาจจะปรับในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากได้ แต่ไม่ทำอะไรในสิ่งที่เค้าต้องต้องการ หรือเราอาจจะขาดการสื่อสารจนทำให้เค้าเข้าใจไปเองว่าสิ่งที่เค้าต้องการ องค์กรไม่สามารถทำให้ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วองค์กรทำให้กับเค้าแล้ว ข้อนี้ต้องระวังให้ดีนะครับ ถ้าเค้าจะไม่ Engage กับองค์กร อย่าให้เค้าไม่ Engage ในเรื่องที่เค้าคิดไปเอง

HR ต้องมาทบทวนเช่นกันว่าอะไรที่เรียกกว่า Employee Engagement ขององค์กรเรา อย่าใจร้อนไปใช้ Definition เดียวกับองค์กรอื่น แล้วนี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เราหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไม Engagement Level ถึงไม่ขยับขึ้นเลย รวมไปถึงวิธีการดูแลของเรา เราเข้าใจ Employee Journey ดีแค่ไหน แล้วในแต่ละ Journey เราได้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานเหล่านั้นใช่หรือไม่

Employee Engagement will be led by Great Employee Experience ครับ