Categories
Human Resource

5 เรื่องที่ต้องทำ ถ้าอยากได้คนเก่งมาร่วมงาน

หนึ่งใน Competitive People Strategy ก็คือการหาคนเก่ง คนที่ถูกต้องตั้งแต่แรก ในยุคที่การแข่งขันสูง ยิ่งองค์กรได้คนที่ใช่ โดยไม่ต้องใช้เวลาในการพัฒนายิ่งได้เปรียบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้แต่ละองค์กรต้องแข่งขันกันในเรื่องหาคน

คนเก่งย่อมมีทางเลือก ปัญหาคือเราเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของคนเก่งเหล่านั้นหรือเปล่า Attraction Strategy จึงเป็นเรื่องที่องค์กรต้องให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง

สำหรับองค์กรที่ยังไม่เคยทำ Attraction Strategy หรือกำลังคิดจะทำ QGEN มีแนวทางและขั้นตอนในเบื้องต้นมาแนะนำครับ

5 ขั้นตอนการทำ Attraction Strategy

Step 1

ให้แน่ใจว่าเราดูแลพนักงานปัจจุบันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Key Talent ขององค์กร ข้อนี้สำคัญมากและยกมาเป็นข้อแรกเลย ถ้าเราดูแลคนปจจุบันได้ไม่ดี เราจะทำให้คนอื่น ๆ เชื่อได้อย่างไรว่าถ้าเค้ามาอยู่กับเรา เราจะดูแลเค้าดี

Step 2

กำหนดให้ชัดเจนว่าคนเก่งกลุ่มไหนคือ Target Group แล้วทำการสำรวจด้วยวิธีใดก็ตามให้ได้ข้อมูลว่า อะไรคือสิ่งที่คนเก่งกลุ่มนี้อยากจะได้ เมื่อเข้ามาร่วมงานกับองค์กร

Step 3

หาให้เจอว่าอะไรคือจุดแข็งที่องค์กรมี แล้วจุดแข็งจุดไหนที่ตรงกับความต้องการของ Target Group การมีในสิ่งที่เค้าไม่ต้องการอาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะถ้าเค้าหาจากเราไม่ได้ เค้าก็ไปหาจากองค์กรอื่นแทน

Step 4

เลือกช่องทางการสื่อสารให้ถูก จะ Offline หรือ Online ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อไปสำรวจ Target Group มาแล้วเค้าเข้าถึงและเชื่อช่องทางไหนมากกว่ากัน บางช่องทางแค่ทำให้ Target Group รู้จัก แต่บางช่องทางทำให้ Target Group ตัดสินใจร่วมงานด้วยเลย ต้องแยกให้ออกและเลือกให้เป็น

Step 5

ปรับปรุงทุก ๆ Touch Point ให้ไปในทิศทางเดียวกันและมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ Target Group ไม่ว่าจะเป็น Website, Jobboard, Facebook, IG หรือ Social Media Marketing และที่สำคัญคือต้องเข้าถึงได้ง่าย

Categories
Business Human Resource

5 เรื่องที่ HR ต้องทำและโฟกัส ปี 2020

“คน” คือหนึ่งในอาวุธสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดในสถานการณ์ในความท้าทายทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบีบให้ธุรกิจต้องปรับตัว ในขณะที่งบประมาณก็มีจำกัด Technology และ Disruptive ต่าง ๆ ก็พร้อมจะเพิ่มพลังให้กับคู่แข่ง HR ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องคนโดยตรง ต้องปรับตัวให้ทันหรือให้นำหน้าคู่แข่งให้ได้

5 เรื่องที่ HR ต้องทำในปี 2020

5 เรื่องในปี 2020 ที่ HR ต้องโฟกัส เพื่อให้ “คน” เป็นอาวุธที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้

1. Rebrand and Well Manager HR Branding

ลองพิจารณาให้ดีครับว่าวันนี้ ในฐานะ HR เราอยากให้คนที่ทำงานร่วมกันกับเรามองเราแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร Line Manager พนักงานระดับอื่น รวมไปถึง Target Candidate แล้วสิ่งที่เราอยากให้เค้ามองเรา กับสิ่งที่เค้ามองเราจริง ๆ ต่างกันแค่ไหน

ถ้าเราอยากให้ผู้บริหารมองเราเป็น Business Partner แต่วันนี้ผู้บริหารยังคิดว่าเราไม่เข้าใจธุรกิจอยู่เลย ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราเข้าใจเป็นอย่างดี ทำอย่างไรให้ผู้บริหารจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเรา

การ Rebrand HR จะช่วยให้เราทำงานได้ Smart และมี Value มากขึ้นครับ

2. Gen Z Understanding

Gen Z เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ซัก 2-3 ปี ในวันนี้ Gen Z เองจะยังไม่มีอิทธิพลมากในเชิงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อีก 2-3 ปีข้างหน้า สัดส่วนของ Gen Z จะมากพอที่จะทำให้เริ่มเห็นพฤติกรรมที่แตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น และแน่นอนว่า เราหนีการมาของเค้าไม่ได้ครับ

สิ่งที่ HR จะต้องทำตั้งแต่วันนี้คือการทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับ Gen Z ล่วงหน้า เพราะทั้งรูปแบบการเลือกงาน องค์กรที่ Gen Z สนใจ วิธีการทำ Employer Branding องค์กรของเราเป็น First List ของ Gen Z ไปจนถึงวิธีจะดึงศักยภาพของเค้าออกมาให้เต็มที่ที่สุด ไปพร้อม ๆ กับบริหารความแตกต่างระหว่าง Generation ที่จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายขององค์กร

3. Redefine and Redesign Talent Management

Talent เมื่อวาน ยังคงเป็น Talent ในวันนี้ใช่มั้ย แล้วอนาคตล่ะ ยังใช่อยู่มั้ย ถ้าใช่ต้องทำอะไร ถ้าไม่ใช่ต้องทำอะไร

หลายครั้งเรามักจะลืมหรืออาจจะเคยชินกับ Talent Definition ที่ใช้ต่อ ๆ กันมา แต่ถ้าวันนี้บริบทของธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายขององค์กรก็ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องทบทวนและยกเครื่อง Talent Management ทั้งระบบตั้งแต่นิยามเลยว่า แบบไหนคือ Talent แบบไหนที่ไม่ใช่ แล้ว Design ทุกกระบวนการใน Employee Journey ให้สอดคล้องกับ Talent ทั้ง Recruit, Develop และ Retain เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า Talent ที่องค์กรมีขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน

และที่ HR จะลืมไม่ได้เพราะสำคัญพอกันคือ จะมีวิธีการบริหารจัดการคนที่ไม่ใช่ Talent อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มนุษยธรรมได้อย่างไร อะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงมั้ยครับ

4. Speed up The “RIGHT” Selection System

ความเร็วของการเปลียนแปลงทำให้องค์กรไม่ได้มีเวลามากนักในการพัฒนาคน เราต้องการคนที่พร้อมหรือเกือบจะพร้อมมากที่สุด เพื่อใช้เวลาน้อยที่สุดในการพัฒนา และแสดงศักยภาพให้เร็วที่สุด ดังนั้นการเลือกคนที่ใช่ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งเลือกคนที่ถูกต้องได้เร็วแค่ไหน ยิ่งทำให้เราหนีคู่แข่งได้เร็วแค่นั้น ดังนั้น HR ต้องหาและเพิ่มเครื่องมือที่จะทำให้เราเลือกคนที่ใช่ให้เร็วขึ้น

Employer Branding คือหนึ่งเรื่องที่องค์กรควรเห็นความสำคัญให้มากขึ้น ยิ่ง Brand ดี โอกาสจะเลือกก่อนหรือมีตัวเลือกเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เจอคนที่ใช่ ในขณะ HR ก็ต้องเรียนรู้และรู้จักนำ Technology มาช่วยให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Assessment ที่ทำให้เรารู้จัก Candidate ได้ลึกขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มทางเลือกหรือการใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ช่วยได้เช่นกัน

ลองคำนวณต้นทุนของการหาคนผิดพลาดอย่างจริงจัง จะรู้ว่าการทำ Employer Branding การใช้เทคโนโลยีในการหาคน คุ้มค่ากว่าที่คิด

5. Boost Up Employee Engagement thru Employee Experience

หา Talent ที่ใช่ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษา Talent ไว้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน แล้วองค์กรไหนที่ทำ Employee Engagement มาตลอด แต่ผลสำรวจออกมาคะแนนแทบจะไม่ต่างจากเดิมทั้งที่เราก็พยายามปรับหลายอย่างให้กับพนักงาน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เป็นไปได้ว่าเราอาจจะปรับในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากได้ แต่ไม่ทำอะไรในสิ่งที่เค้าต้องต้องการ หรือเราอาจจะขาดการสื่อสารจนทำให้เค้าเข้าใจไปเองว่าสิ่งที่เค้าต้องการ องค์กรไม่สามารถทำให้ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วองค์กรทำให้กับเค้าแล้ว ข้อนี้ต้องระวังให้ดีนะครับ ถ้าเค้าจะไม่ Engage กับองค์กร อย่าให้เค้าไม่ Engage ในเรื่องที่เค้าคิดไปเอง

HR ต้องมาทบทวนเช่นกันว่าอะไรที่เรียกกว่า Employee Engagement ขององค์กรเรา อย่าใจร้อนไปใช้ Definition เดียวกับองค์กรอื่น แล้วนี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เราหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไม Engagement Level ถึงไม่ขยับขึ้นเลย รวมไปถึงวิธีการดูแลของเรา เราเข้าใจ Employee Journey ดีแค่ไหน แล้วในแต่ละ Journey เราได้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานเหล่านั้นใช่หรือไม่

Employee Engagement will be led by Great Employee Experience ครับ

Categories
Human Resource

ประเมินผลการทำงานปีนี้ ยังใช้วิธีการเดิมได้หรือไม่

มีคำถามน่าสนใจในเรื่องการบริหารคนในปีนี้คือ เรายังจะใช้วิธีการประเมินผลงานของพนักงานในแบบเดิมได้อยู่หรือไม่

ผมเองก็นั่งคิดเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ก็พอจะประมวลความคิดได้ในระดับนึงว่า ก่อนที่จะบอกว่าใช้แบบเดิมได้หรือเปล่า เราคงต้องวนย้อนกลับมาดูวัตถุประสงค์ของการประเมินผลงาน ว่าเรามีไปเพื่ออะไร มีแล้วเอาไปใช้อะไรต่อ นั่นอาจจะเป็นจุดตั้งต้นที่ดี

Start with Why ของ Simon Sinek ยังใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

ประเมินผลงานไปเพื่อแยกว่าคนไหนเก่ง คนไหน So So คนไหนต้องเตรียมตัวคัดทิ้ง ประเมินผลไปเพื่อหาวิธีการในการพัฒนาต่อไปในอนาคต ประเมินผลไปแล้ว รู้แล้วว่าใครเก่งจะได้ขึ้นเงินเดือนให้ถูกคน ประเมินว่าคนไหนเก่งกว่าคนไหน จะได้เลือกขึ้นมาเป็น Leader ได้ถูก

มีประเมินเพื่อการันตีว่าธุรกิจจะ Survive จะ Sustain ต่อไปบ้างมั้ยนะ

ข้อนี้ผู้บริหาร Leader แล้วก็ HR ต้องคิดให้ดี ๆ ว่าวันนี้เราจะประเมินกันไปทำไม อย่าทำไปแบบไม่รู้ว่าปลายทางมันคืออะไร เพราะถ้าทำแล้วไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร ให้รู้ไว้เลยว่าทุกครั้งของการประเมิน จะสร้างความเจ็บปวดอยู่เสมอ คิดให้ดี ๆ นะครับ

สมมติว่าเรารู้แล้วว่า เราประเมินไปทำไม ก็ต้องทวนตัวเองอีกทีว่า วัตถุประสงค์ที่เราคิดไว้เนี่ย มันตอบโจทย์ของธุรกิจในปีนี้มั้ย หรือเอาให้ชัดก็คือ ถ้ามีการประเมิน จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานทำงานได้ดี ทำงานได้ตามเป้า ทำให้องค์กรผ่านวิกฤตไปได้ใช่หรือไม่

ตั้งต้นถูก แล้วทุกอย่างจะง่ายครับ

พอตอบตัวเองได้แล้ว ทีนี้ก็มาดูเครื่องครับ จะ KPI จะ OKR จะ BSC หรือจะเป็นแบบที่องค์กรมีใช้เอง ตรงนี้แหละครับ วัดกึ๋นกันหน่อยว่าเราควรใช้เครื่องมือแบบไหน ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องรู้จริงในเครื่องมือที่ใช้ แล้วถ้าเป็นผมนะ ในภาวะแบบผมจะเลือกใช้เครื่องมือที่ผมถนัดที่สุด เหตุผลก็คือ เราไม่น่าจะใช้เวลานานในการศึกษาเครื่องมือ แล้วก็ไม่ควรใช้เวลาไปกับการประเมินผลงาน มากกว่าเวลาในการทำงาน จริงมั้ยครับ

ส่วนในรายละเอียดของการประเมิน ก็ต้องพิจารณาดูตามสถานการณ์ด้วยเหมือนกัน รวมไปถึงการให้สัดส่วนของ Result Based กับ Behavior Based ว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ สถานการณ์แบบนี้ยังจำเป็นต้องมาดูขาดลามาสายอยู่มั้ย หรือไม่โฟกัสที่ผลลัพธ์ของงานดีกว่ากัน

One Size Never Fit All และไม่ง่ายในการที่จะลอกวิธีการขององค์กรอื่น ๆ ถ้าองค์กรของเราไม่เหมือนใคร

ลองพิจารณาดูนะครับ

Categories
Business Human Resource

4 เรื่องใหญ่ที่ HR ต้องรีบจัดการ ให้องค์กรเติบโตอย่ายั่งยืน

การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกหน่วยงานในองค์กรครับ และ HR ซึ่งรับหน้าที่หลักในการบริหารคนขององค์กร โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของ HR ในการดึงเอาศักยภาพของพนักงานออกมาให้เต็มที่ที่สุด ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป

วันนี้สิ่งที่เรากำลังเจออยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่องค์กรเอง รวมถึง HR ต้องเร่งทบทวนและหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนของเราก็อยู่รอด และองค์กรก็สามารถที่จะเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

4 เรื่องที่ QGEN นำเสนอในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องอื่นที่ไม่พูดถึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ QGEN มองว่า 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไม่มองข้าม และรีบจัดการให้เป็นไปที่คาดหวังให้เร็วที่สุด ซึ่งผลดีจากการดำเนินการทั้ง 4 เรื่องนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเรื่องอื่น ๆ ในการบริหารคน

4 เรื่องที่ HR ต้องรีบจัดการ

1. ปรับกลยุทธ์การบริหารคนให้ทันกับแผนธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
HR ต้องตามให้ทันว่าวันนี้ Business จะไปในทิศทางแบบไหน แล้วกลยุทธ์การบริหารคนที่เรามีอยู่ในวันนี้ต้องปรับเพื่อให้ Align ไปกับแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นระยะยาวได้อย่างไร

แต่ถ้าวันนี้หรือตอนนี้เรายังไม่มี HR Strategy หรือ People Strategy อย่างเป็นรูปธรรมเลย ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเค้นออกมาให้ได้ และต้องเชื่อว่า “คน” จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้แน่

เป้าหมายขององค์กรคือโจทย์ของ HR สิ่งที่เราต้องคิดคือ จะไปให้ถึงเป้าหมายคนที่มีอยู่ต้องมี Charactor / Competency / Culture อย่างไรถึงจะพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้ ตอบคำถามนี้ให้ได้ แล้วเราจะเจอว่าความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวัง และสิ่งที่เป็นจริงเป็นอย่างไร แล้วเครื่องมืออะไรในทาง HR ไม่ว่าจะเป็น Recruitment, Retention, Development, Change Management ที่จะช่วยลดความต่างนี้ลงได้ และเราไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด อย่ารอช้าครับ รีบคิด และรีบลงมือทำ

2. หา Motivation Factor ให้เจอและบริหารให้มี Performance ที่ดีกว่าเดิม
ในวันที่องค์กรต้องการเร่งพลังงานเพื่อหนีให้พ้นปัญหา เอาชนะคู่แข่ง เอาชนะตลาด หรือเอาชนะสถานการณ์ที่เจออยู่ พลังของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ องค์กร ผู้บริหาร HR รู้หรือไม่ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้พนักงานของเราสร้างผลงานออกมาอย่างเต็มศักยภาพ อะไรคือแรงจูงใจ และเราจะรักษาแรงจูงใจนั้นไว้ได้อย่างไร

แน่นอนว่าแรงจูงใจส่วนหนึ่งมาจากตัวของพนักงานเอง ซึ่งข้อนั้นเราต้องละไว้ เพราะเมื่อจากตัวของพนักงานเอง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการควบคุมและจัดการ สิ่งที่เราต้องหาให้เจอคือ อะไรคือแรงจูงใจที่เกิดจากองค์กรเป็นผู้สร้างและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการทำงานของพนักงาน

QGEN ให้นิยามของ Motivation ไว้ว่า Motivation คือ อะไรก็ตามที่องค์กรทำให้พนักงานสัมผัสได้ว่า นี่คือสิ่งที่เกินกว่าที่พนักงานคาดหวังไว้ และเป็นสิ่งที่พนักงานต้องการเป็นอันดับต้น ๆ นั่นแหละคือ Motivation Factor
ยิ่งในสถานการณ์ที่เราเจอกันอยู่ตอนนี้ ผลกระทบหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรู้สึก ความมั่นใจ ความมั่นคงในตัวพนักงาน แน่นอนว่ากระทบต่อผลงาน ในขณะเดียวกันองค์กรก็ต้องการเร่งผลงานเพื่อหนีตลาด ยิ่งทำให้องค์กรต้องหาให้เจอว่า Motivation ในช่วงเวลาแบบนี้คืออะไร เพื่อกำหนดมาตรการ นโยบาย แนวทางในการทำงานและการดูแลพนักงานที่รับรองได้ว่า พนักงานจะมีแรงใจในการสู้ต่อไปกับองค์กร

3. เร่งพัฒนา Leader ในทุกระดับ เรื่องการบริหารคนให้เป็น
Right People Management คือเรื่องสำคัญ และจะยิ่งส่งผลเป็นบวกเป็นลบอย่างชัดเจนในช่วงที่องค์กรเผชิญหน้ากับวิกฤต เพราะทุกทีมต้องเดินหน้าเต็มกำลัง โดยมี Leader ในแต่ละทีมที่ควบคุม บริหารจัดการให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด

วันนี้ปัญหายังไม่จบ และปัญหาใหม่ ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้อีก สิ่งสำคัญที่เราต้องเช็คกันให้ดีก็คือ Leader ในทุกระดับมีทักษะในการบริหารคนที่เหมาะสม และใช้เป็นใช่หรือไม่ ลองอ่านบทความนี้ดูครับ 10 คำถาม คุณเป็น Leader ที่สร้างแรงจูงใจที่ดีหรือยัง

ผลดีคงไม่ต้องพูดถึง แต่ผลเสียของการที่ Leader ไม่สามารถ Assign งานได้อย่างเหมาะสม กำหนดเป้าหมาย และประเมินผลการทำงานไม่ได้ รวมทั้งติดตามงานและพัฒนาทีมงานไม่เป็น ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพรวมขององค์กรแน่นอน และหากใครเป็น Leader หน้าใหม่ ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ 4 เรื่องที่ HR Leader หน้าใหม่ต้องรีบทำ

อย่าปล่อยให้ปัญหาเรื่องการบริหารคนเป็นจุดอ่อนขององค์กรครับ

4. ยกระดับองค์กรให้เป็น Employer of Choice
ถ้าองค์กรของเรามีนโยบาย และมีมาตรการในการดูแลคนเป็นอย่างดีในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในการแสดงให้คนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิงกลุ่มที่เป็น Future Employee หรือ Target Candidate ของเราได้รับรู้ รวมไปถึงสร้างความภูมิใจให้กับพนักงานในปัจจุบันของเราด้วย

การสื่อสาร Employer Branding เป็นสิ่งที่หลายองค์กรมองข้าม และผมไม่อยากให้องค์กรพลาดโอกาสในเรื่องนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
ในช่วงวิกฤต สิ่งที่คนทำงาน และคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงานมองหาคือ ความมั่นคงขององค์กร และความมั่นคงในงาน ถ้าองค์กรมีสิ่งนี้เป็นจุดแข็ง อย่ารู้แค่เพียงในองค์กร เพราะต้องไม่ลืมว่า ในอนาคตของทุกองค์กรที่ต้องการการเติบโตอย่างยั่งยืน เราต้องการหน้าใหม่ ๆ เข้ามาบริหารงานต่อ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าองค์กรของเรา ไม่เป็นที่รู้จักเลย หรือองค์กรเราเป็นที่รู้จัก แต่ไม่มีใครอยากจะร่วมงานด้วย

ย้ำอีกที ใช่จังหวะนี้ ในการทำให้องค์กรของเราเป็นที่รู้จัก และเป็น Employer of Choice ของ Future Employee ให้ได้ เพราะเมื่อเราเป็น Employer of Choice องค์กรจะเป็นฝ่ายเลือก และเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กร

Categories
The Right People

กลยุทธ์บริหารคน องค์กรที่ผู้บริหารและ HR ต้องให้ความสำคัญ

กลยุทธ์บริหารคนและองค์กร

สิ่งที่ผู้บริหารและ HR ต้องคิดให้มากขึ้นคือ People & Organization Strategy หรือกลยุทธ์การบริหารคนและองค์กร ที่ดำเนินการอยู่ในตอนนี้ตอบโจทย์เป้าหมายธุรกิจอยู่หรือไม่ ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แค่ไหน และประเด็นที่สำคัญของการกำหนดกลยุทธ์คือ ต้องมีวัตถุประสงค์และตัววัดที่ชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าเราทำในสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำหรือตามกระแสเท่านั้น

ปี 2020 เป็นปีที่ COVID-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง เป็นตัวเร่งที่ทำให้หลายองค์กร Transform ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ผลกระทบ COVID-19 ไม่ได้หยุดแค่ปีนี้ รวมไปถึง External Factor ทั้ง 4 Factor คือ Political สถานการณ์ทางการเมือง Economic สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ Social การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และ Technological เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น จะส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อวิธีการทำงานอย่างแน่นอน

ช่วงนี้หลายองค์กรเริ่มคิดกำหนดกลยุทธ์ วางแผนงาน และงบประมาณในปี 2021 ผมเลยอยากจะฝากมุมมองกลยุทธ์บริหารคนและองค์กรทั้ง 5 ข้อนี้ไว้ให้พิจารณา อาจจะไม่ต้องทำทั้งหมด เลือกแค่บางข้อที่เป็นประเด็นขององค์กร หรืออาจจะใช้หัวข้อเหล่านี้คิดต่อยอดไปเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกว่าของตนเองก็ได้ครับ

5 HR 2021 TO DO LIST

Strategy 1 : Redefine Talent and Redesign the Right People Management System

คนเก่งแบบไหนที่เหมาะกับสถานการณ์และรูปแบบการบริหารคนที่ต้องออกแบบ ทั้งนโยบายและวิธีการใหม่ให้เหมาะกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในองค์กร

Talent ปัจจุบันขององค์กรยังคงเป็น Talent สำหรับอนาคตทั้งใกล้และไกลหรือไม่ ถ้าใช่ต้องบริหารอย่างไรเพื่อให้คนเหล่านี้ยังคงสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง และถ้าไม่ใช่ จะทำอย่างไรให้องค์กรได้คนที่ใช่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

Objective and Expected Outcome
1. กำหนดนิยามหรือรูปแบบของ Character / Capability และ Culture ของคนในองค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท
2. นำไปปรับใช้กับกระบวนการสรรหา การพัฒนา และการปรับระดับพนักงาน
3. ออกแบบระบบการบริหารคนโดยพิจารณาตาม Employee Journey และสร้างให้เกิด Great Experience ในทุก ๆ Touchpoint ซึ่ง Performance ที่ดีของพนักงานจะเกิดจากการที่พนักงานมี Engagement และ Engagement เกิดจาก Great Experience

Strategy 2 : Smartly Invest on People Development Platform and the Right Mindset

ลงทุนใน Platform การพัฒนาความรู้ความสามารถของคนพร้อมกับการสร้าง Mindset ที่ถูกต้องเรื่องการพัฒนาตนเองให้กับพนักงาน
ปัญหาใหญ่หนึ่งปัญหาของทุกองค์กรคือ ความรู้ความสามารถของพนักงานที่หมดอายุเร็วขึ้นกว่าเดิม และองค์กรไม่สามารถที่จะตัดพนักงานกลุ่มนั้นไป รวมไปถึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะได้พนักงานใหม่ที่พร้อมใช้เข้ามาในองค์กร ดังนั้นเรื่องจำเป็นสำหรับองค์กรคือ Speed Up การเรียนรู้ให้กับพนักงาน

70:20:10 คือหลักการในการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ แต่ในยุคที่องค์กรต้องเร่งการพัฒนา องค์กรต้องฉลาดที่จะลงทุนใน Platform ทีช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถไปพร้อมกับพัฒนา Eager to Learn ของพนักงานควบคู่กันไป

Objective and Expected Outcome
1. ศึกษาและนำ Platform การพัฒนาพนักงานมาประยุกต์ใช้ โดยพิจารณาจากความต้องการทางธุรกิจ ประกอบกับ Lifestyle ของพนักงาน โดยอย่างน้อย 80 % ของพนักงานจะต้องพัฒนาตนเองผ่าน Platform ที่คัดสรรมาแล้ว และมีความสามารถเพิ่มขึ้นตามที่คาดหวัง
2. เสริมสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในเรื่อง Eager to Learn เพื่อกระตุ้นให้พนักงานพัฒนาตนเองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง หรือรอสถานการณ์

Strategy 3 : Modify and Reinforce Performance Management System to Motivate the Right People

ปรับปรุงรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานให้สามารถสร้างแรงจูงใจที่ดีให้กับพนักงาน

จำเป็นแค่ไหนที่ต้องประเมินผลงานปีละหนึ่งครั้ง หรือสาเหตุที่การประเมินผลปีละแค่หนึ่งครั้งเป็นเพราะใช้เวลานาน แล้วรูปแบบการประเมินผลที่องค์กรใช้อยู่ช่วยสร้างแรงจูงใจที่ดีให้กับ Key Talent หรือ Future ขององค์กรหรือไม่ นี่คือประเด็นที่องค์กรจะต้องนำไปศึกษาให้ดี

Objective and Expected Outcome
1. ศึกษาและปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสร้างแรงจูงใจได้จริง โดยพิจารณาตั้งแต่นโยบายจนถึงแนวทางในการปฏิบัติ
– รูปแบบและวิธีการประเมิน
– ความถี่ในการประเมิน
– ความโปร่งใส การ Feedback และการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ
– เทคโนโลยีที่ใช้ในการประเมินผล
2. นำมาปรับใช้กับการใช้ Reward and Recognition รวมถึงการพัฒนาในส่วนที่ขาดไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Strategy 4 : Reinvent People Management Skill to Middle Manager and Future Leader

ปรับรูปแบบและเร่งพัฒนาทักษะการบริหารคนให้กับ Middle Manager และ Future Leader

Middle Manager และ Future Leader คือ Strategic Position ที่เป็นตัวชี้วัดว่าองค์กรจะเดินไปข้างหน้าตาม Direction ที่ผู้บริหารวางไว้ได้รวดเร็วแค่ไหน สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งประเด็นคือ Middle Manager และ Future Leader ต้องพกเอากำลังพลของตนเองเดินทางไปข้างหน้าด้วย จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับว่ามีทักษะในการบริหารคนที่ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน

Objective and Expected Outcome
1. เร่งพัฒนาทักษะในการบริหารคนให้กับ Middle Manager และ Future Leader โดยให้มีหลักการและพื้นฐานที่ถูกต้อง รวมไปถึงสามารถถ่ายทอดรูปแบบการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกต้องให้กับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ประยุกต์ใช้ People Management Skill เป็นหนึ่งเงื่อนไขใน Career Development ของพนักงาน
3. ประเมินพฤติกรรม 360 องศา เพื่อหา Gap และวางแผนพัฒนา Middle Manager และ Future Leader ในรอบปีถัด ๆ ไป

Strategy 5 : Tightening Leadership Skill on Crisis Management in Action

กระชับทักษะของ Leader ในเรื่อง Crisis Management ตั้งแต่การรับทราบปัญหาไปจนถึงการรับมือกับสื่อในรูปแบบต่าง ๆ

องค์กรมีโอกาสที่จะเกิด Crisis ได้ตลอดเวลา ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร รวมไปถึงความรวดเร็วของสังคมออนไลน์ที่อาจจะขยายความรุนแรงของปัญหาให้มากขึ้น และ Top Leader ยังคงเป็นความสนใจหลักทั้งจากสื่อภายนอก และพนักงานในองค์กร

Objective and Expected Outcome
1. กำหนดรูปแบบและแนวทาง Crisis Management อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การหาค้นหาและการแก้ปัญหาในระดับองค์กร (Problem Solving) การตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล (Decision Making by Data) รวมไปถึงการสื่อสารทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร
2. ดำเนินการพัฒนาทักษะโดยจำลองสถานการณ์ พร้อมทั้งฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดปัญหาขึ้นจริง องค์กรจะสามารถ ระงับปัญหาได้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

หวังว่าทั้ง 5 Strategy นี้จะเป็นแนวทางให้ผู้บริหารและ HR กำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม และออกแบบ Action Plan เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ