Categories
The Right People

ทำไมองค์กรเราถึงไม่ใช่ ทางเลือกแรกของคนเก่ง

อยากได้คนเก่งเข้ามาทำงาน แต่คนเก่งไม่เลือกเรา หรือแย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้จักองค์กรของเราเลยด้วยซ้ำ แล้วจะทำอย่างไรให้บริษัทเราเป็น Employe of Choice ? 4E ที่ผู้บริหารและ HR ต้องรู้จัก ทำความเข้าใจและลงมือทำอย่างจริงจังคือ Employee Journey, Employee Experience และ Employee Engagement ซึ่งทั้ง 3E จะส่งผลไปถึง Employer Branding ที่เป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรของเราเป็น Employer of Choice หรือองค์กรที่ใคร ๆ ก็อยากมาร่วมงานได้

อยากให้องค์กรเป็น Employer of Choice สิ่งที่องค์กรต้องทำคือ Employer Branding ซึ่ง 2 องค์ประกอบสำคัญคือ

  1. มีในสิ่งที่คนเก่งหรือกลุ่มเป้าหมายอยากได้
  2. สื่อสารทั้งข้อเท็จจริงและอารมณ์ให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย

ถ้ามีในสิ่งที่คนเก่งเป้าหมายอยากได้ แต่สื่อสารไม่ถึงแล้วจะมีใครรู้ว่าองค์กรเราดีกว่าคนอื่นได้ยังไง

ข้อได้เปรียบเสียและเสียเปรียบอีกอย่างนึงคือ องค์กรที่มีการทำ Corporate Branding และ Customer Branding หรือ Product Branding อย่างสม่ำเสมอย่อมได้เปรียบ จริง ๆ แล้วเราไม่ได้รู้เลยว่าองค์กรนั้น เค้าดูแลพนักงานอย่างไร แต่เรารู้สินค้าของเค้าคืออะไร คนเก่งรู้จักองค์กรนั้น เลือกที่จะเดินไปทำงานที่องค์กรนั้น ทั้ง ๆ ที่องค์กรของเรามีการดูแลคนที่ดีกว่าองค์กรเหล่านั้น

แล้วทำไมถึงต้องอยากเป็น Employer of Choice ลองคิดและคำนวณแบบนี้นะครับ

ถ้าอยากรับสมัครวิศวกรเก่ง ๆ ซักคนนึง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีคนยื่น Profile มาให้เรา 10 คนถึงจะได้วิศวกรเก่ง ๆ ซักคนนึง แล้วถ้าองค์กรอยากได้วิศวกรซัก 10 คน นั้นหมายความว่าเราต้องได้ Profile 100 คน

องค์กรที่ไม่เป็นที่รู้จักเลย จะได้ Profile 100 คนต้องใช้ Effort และ Cost เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับองค์กรที่เป็นที่รู้จักและใคร ๆ ก็อยากจะร่วมงานด้วย

3 กลยุทธ์ในการสร้าง Employer of Choice

แล้วอะไรที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากจะมาร่วมทำงานกับองค์กรของเรา เงินเดือนดี ๆ โบนัสเยอะ ๆ ความมั่นคงในการทำงานหรือโอกาสในการเติบโต ทั้งหมดนั่นใช่ แต่เป็นใช่แบบ Traditional สิ่งที่องค์กรต้องคิดและกำหนดเป็นกลยุทธ์ รวมถึงลงมือทำให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน 3 ข้อใหญ่ ๆ คือ

1. สร้าง Proud to Be
ทำให้พนักงานปัจจุบันมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สร้าง Proud to Be ให้เกิดขึ้นภายในให้ได้ ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ Employee Engagement ต้องดีมากพอที่จะสร้าง Advocacy ให้เกิดขึ้นได้

2. วัฒนธรรมองค์กร
วัฒนธรรมองค์กรต้องมีความชัดเจนในเชิงการปฏิบัติ และสื่อสารให้เกิดเห็นภาพว่านี่คือองค์กรของคนเก่ง ที่คนเก่งจะได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ Empowerment Rate

3. Leader Branding
Leader Branding ผู้นำขององค์กรต้องเป็น Idol ของกลุ่มเป้าหมาย และเป็น Icon ของความเก่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจองค์กร ซึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ Leader ทำการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น Online หรือ Offline มีคนให้ความสนใจมากแค่ไหน

ถ้าเราเห็นองค์กรอื่น โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นคู่แข่งของเราเป็น Employer of Choice ของกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ให้ออกว่าเค้ามีอะไร แล้วเราไม่มีอะไร หรือจริง ๆ เราก็มีแต่เราไม่ได้ทำอะไร

แล้วทำไมถึงไม่ทำ

ถ้าอยากให้องค์กรเป็น Employer of Choice ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ต้องคิดให้ถี่ถ้วนคือ “ใครคือ The Right People” องค์กรอยากได้ Mid Career หรือคนที่มีประสบการณ์ทำงาน แต่ 80 % ที่ยื่น Profile ให้กับองค์กรเป็น Fresh Graduate การที่เราเป็นองค์กรอันดับต้น ๆ ที่ใคร ๆ ก็อยากทำงานด้วยอาจจะไม่มีความหมายเลย ถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่คนที่องค์กรอยากได้

Focus ให้ถูกกลุ่ม เลือกกลยุทธ์ให้ตรงเป้า องค์กรของเราก็จะเป็น Employer of Choice และส่งเสริมให้เกิด The Right People at First Time ได้เช่นกัน

Categories
Business Human Resource

5 เรื่องที่ HR ต้องทำและโฟกัส ปี 2020

“คน” คือหนึ่งในอาวุธสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดในสถานการณ์ในความท้าทายทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบีบให้ธุรกิจต้องปรับตัว ในขณะที่งบประมาณก็มีจำกัด Technology และ Disruptive ต่าง ๆ ก็พร้อมจะเพิ่มพลังให้กับคู่แข่ง HR ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องคนโดยตรง ต้องปรับตัวให้ทันหรือให้นำหน้าคู่แข่งให้ได้

5 เรื่องที่ HR ต้องทำในปี 2020

5 เรื่องในปี 2020 ที่ HR ต้องโฟกัส เพื่อให้ “คน” เป็นอาวุธที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้

1. Rebrand and Well Manager HR Branding

ลองพิจารณาให้ดีครับว่าวันนี้ ในฐานะ HR เราอยากให้คนที่ทำงานร่วมกันกับเรามองเราแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร Line Manager พนักงานระดับอื่น รวมไปถึง Target Candidate แล้วสิ่งที่เราอยากให้เค้ามองเรา กับสิ่งที่เค้ามองเราจริง ๆ ต่างกันแค่ไหน

ถ้าเราอยากให้ผู้บริหารมองเราเป็น Business Partner แต่วันนี้ผู้บริหารยังคิดว่าเราไม่เข้าใจธุรกิจอยู่เลย ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราเข้าใจเป็นอย่างดี ทำอย่างไรให้ผู้บริหารจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเรา

การ Rebrand HR จะช่วยให้เราทำงานได้ Smart และมี Value มากขึ้นครับ

2. Gen Z Understanding

Gen Z เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้ซัก 2-3 ปี ในวันนี้ Gen Z เองจะยังไม่มีอิทธิพลมากในเชิงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อีก 2-3 ปีข้างหน้า สัดส่วนของ Gen Z จะมากพอที่จะทำให้เริ่มเห็นพฤติกรรมที่แตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น และแน่นอนว่า เราหนีการมาของเค้าไม่ได้ครับ

สิ่งที่ HR จะต้องทำตั้งแต่วันนี้คือการทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับ Gen Z ล่วงหน้า เพราะทั้งรูปแบบการเลือกงาน องค์กรที่ Gen Z สนใจ วิธีการทำ Employer Branding องค์กรของเราเป็น First List ของ Gen Z ไปจนถึงวิธีจะดึงศักยภาพของเค้าออกมาให้เต็มที่ที่สุด ไปพร้อม ๆ กับบริหารความแตกต่างระหว่าง Generation ที่จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายขององค์กร

3. Redefine and Redesign Talent Management

Talent เมื่อวาน ยังคงเป็น Talent ในวันนี้ใช่มั้ย แล้วอนาคตล่ะ ยังใช่อยู่มั้ย ถ้าใช่ต้องทำอะไร ถ้าไม่ใช่ต้องทำอะไร

หลายครั้งเรามักจะลืมหรืออาจจะเคยชินกับ Talent Definition ที่ใช้ต่อ ๆ กันมา แต่ถ้าวันนี้บริบทของธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายขององค์กรก็ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ถึงเวลาแล้วที่ HR จะต้องทบทวนและยกเครื่อง Talent Management ทั้งระบบตั้งแต่นิยามเลยว่า แบบไหนคือ Talent แบบไหนที่ไม่ใช่ แล้ว Design ทุกกระบวนการใน Employee Journey ให้สอดคล้องกับ Talent ทั้ง Recruit, Develop และ Retain เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า Talent ที่องค์กรมีขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน

และที่ HR จะลืมไม่ได้เพราะสำคัญพอกันคือ จะมีวิธีการบริหารจัดการคนที่ไม่ใช่ Talent อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มนุษยธรรมได้อย่างไร อะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงมั้ยครับ

4. Speed up The “RIGHT” Selection System

ความเร็วของการเปลียนแปลงทำให้องค์กรไม่ได้มีเวลามากนักในการพัฒนาคน เราต้องการคนที่พร้อมหรือเกือบจะพร้อมมากที่สุด เพื่อใช้เวลาน้อยที่สุดในการพัฒนา และแสดงศักยภาพให้เร็วที่สุด ดังนั้นการเลือกคนที่ใช่ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งเลือกคนที่ถูกต้องได้เร็วแค่ไหน ยิ่งทำให้เราหนีคู่แข่งได้เร็วแค่นั้น ดังนั้น HR ต้องหาและเพิ่มเครื่องมือที่จะทำให้เราเลือกคนที่ใช่ให้เร็วขึ้น

Employer Branding คือหนึ่งเรื่องที่องค์กรควรเห็นความสำคัญให้มากขึ้น ยิ่ง Brand ดี โอกาสจะเลือกก่อนหรือมีตัวเลือกเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เจอคนที่ใช่ ในขณะ HR ก็ต้องเรียนรู้และรู้จักนำ Technology มาช่วยให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Assessment ที่ทำให้เรารู้จัก Candidate ได้ลึกขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มทางเลือกหรือการใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ช่วยได้เช่นกัน

ลองคำนวณต้นทุนของการหาคนผิดพลาดอย่างจริงจัง จะรู้ว่าการทำ Employer Branding การใช้เทคโนโลยีในการหาคน คุ้มค่ากว่าที่คิด

5. Boost Up Employee Engagement thru Employee Experience

หา Talent ที่ใช่ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษา Talent ไว้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน แล้วองค์กรไหนที่ทำ Employee Engagement มาตลอด แต่ผลสำรวจออกมาคะแนนแทบจะไม่ต่างจากเดิมทั้งที่เราก็พยายามปรับหลายอย่างให้กับพนักงาน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เป็นไปได้ว่าเราอาจจะปรับในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากได้ แต่ไม่ทำอะไรในสิ่งที่เค้าต้องต้องการ หรือเราอาจจะขาดการสื่อสารจนทำให้เค้าเข้าใจไปเองว่าสิ่งที่เค้าต้องการ องค์กรไม่สามารถทำให้ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วองค์กรทำให้กับเค้าแล้ว ข้อนี้ต้องระวังให้ดีนะครับ ถ้าเค้าจะไม่ Engage กับองค์กร อย่าให้เค้าไม่ Engage ในเรื่องที่เค้าคิดไปเอง

HR ต้องมาทบทวนเช่นกันว่าอะไรที่เรียกกว่า Employee Engagement ขององค์กรเรา อย่าใจร้อนไปใช้ Definition เดียวกับองค์กรอื่น แล้วนี่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เราหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไม Engagement Level ถึงไม่ขยับขึ้นเลย รวมไปถึงวิธีการดูแลของเรา เราเข้าใจ Employee Journey ดีแค่ไหน แล้วในแต่ละ Journey เราได้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานเหล่านั้นใช่หรือไม่

Employee Engagement will be led by Great Employee Experience ครับ

Categories
Business Human Resource

4 เรื่องใหญ่ที่ HR ต้องรีบจัดการ ให้องค์กรเติบโตอย่ายั่งยืน

การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกหน่วยงานในองค์กรครับ และ HR ซึ่งรับหน้าที่หลักในการบริหารคนขององค์กร โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของ HR ในการดึงเอาศักยภาพของพนักงานออกมาให้เต็มที่ที่สุด ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป

วันนี้สิ่งที่เรากำลังเจออยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่องค์กรเอง รวมถึง HR ต้องเร่งทบทวนและหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนของเราก็อยู่รอด และองค์กรก็สามารถที่จะเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

4 เรื่องที่ QGEN นำเสนอในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องอื่นที่ไม่พูดถึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ QGEN มองว่า 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไม่มองข้าม และรีบจัดการให้เป็นไปที่คาดหวังให้เร็วที่สุด ซึ่งผลดีจากการดำเนินการทั้ง 4 เรื่องนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเรื่องอื่น ๆ ในการบริหารคน

4 เรื่องที่ HR ต้องรีบจัดการ

1. ปรับกลยุทธ์การบริหารคนให้ทันกับแผนธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
HR ต้องตามให้ทันว่าวันนี้ Business จะไปในทิศทางแบบไหน แล้วกลยุทธ์การบริหารคนที่เรามีอยู่ในวันนี้ต้องปรับเพื่อให้ Align ไปกับแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นระยะยาวได้อย่างไร

แต่ถ้าวันนี้หรือตอนนี้เรายังไม่มี HR Strategy หรือ People Strategy อย่างเป็นรูปธรรมเลย ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเค้นออกมาให้ได้ และต้องเชื่อว่า “คน” จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้แน่

เป้าหมายขององค์กรคือโจทย์ของ HR สิ่งที่เราต้องคิดคือ จะไปให้ถึงเป้าหมายคนที่มีอยู่ต้องมี Charactor / Competency / Culture อย่างไรถึงจะพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้ ตอบคำถามนี้ให้ได้ แล้วเราจะเจอว่าความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวัง และสิ่งที่เป็นจริงเป็นอย่างไร แล้วเครื่องมืออะไรในทาง HR ไม่ว่าจะเป็น Recruitment, Retention, Development, Change Management ที่จะช่วยลดความต่างนี้ลงได้ และเราไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด อย่ารอช้าครับ รีบคิด และรีบลงมือทำ

2. หา Motivation Factor ให้เจอและบริหารให้มี Performance ที่ดีกว่าเดิม
ในวันที่องค์กรต้องการเร่งพลังงานเพื่อหนีให้พ้นปัญหา เอาชนะคู่แข่ง เอาชนะตลาด หรือเอาชนะสถานการณ์ที่เจออยู่ พลังของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ องค์กร ผู้บริหาร HR รู้หรือไม่ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้พนักงานของเราสร้างผลงานออกมาอย่างเต็มศักยภาพ อะไรคือแรงจูงใจ และเราจะรักษาแรงจูงใจนั้นไว้ได้อย่างไร

แน่นอนว่าแรงจูงใจส่วนหนึ่งมาจากตัวของพนักงานเอง ซึ่งข้อนั้นเราต้องละไว้ เพราะเมื่อจากตัวของพนักงานเอง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการควบคุมและจัดการ สิ่งที่เราต้องหาให้เจอคือ อะไรคือแรงจูงใจที่เกิดจากองค์กรเป็นผู้สร้างและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการทำงานของพนักงาน

QGEN ให้นิยามของ Motivation ไว้ว่า Motivation คือ อะไรก็ตามที่องค์กรทำให้พนักงานสัมผัสได้ว่า นี่คือสิ่งที่เกินกว่าที่พนักงานคาดหวังไว้ และเป็นสิ่งที่พนักงานต้องการเป็นอันดับต้น ๆ นั่นแหละคือ Motivation Factor
ยิ่งในสถานการณ์ที่เราเจอกันอยู่ตอนนี้ ผลกระทบหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรู้สึก ความมั่นใจ ความมั่นคงในตัวพนักงาน แน่นอนว่ากระทบต่อผลงาน ในขณะเดียวกันองค์กรก็ต้องการเร่งผลงานเพื่อหนีตลาด ยิ่งทำให้องค์กรต้องหาให้เจอว่า Motivation ในช่วงเวลาแบบนี้คืออะไร เพื่อกำหนดมาตรการ นโยบาย แนวทางในการทำงานและการดูแลพนักงานที่รับรองได้ว่า พนักงานจะมีแรงใจในการสู้ต่อไปกับองค์กร

3. เร่งพัฒนา Leader ในทุกระดับ เรื่องการบริหารคนให้เป็น
Right People Management คือเรื่องสำคัญ และจะยิ่งส่งผลเป็นบวกเป็นลบอย่างชัดเจนในช่วงที่องค์กรเผชิญหน้ากับวิกฤต เพราะทุกทีมต้องเดินหน้าเต็มกำลัง โดยมี Leader ในแต่ละทีมที่ควบคุม บริหารจัดการให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด

วันนี้ปัญหายังไม่จบ และปัญหาใหม่ ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้อีก สิ่งสำคัญที่เราต้องเช็คกันให้ดีก็คือ Leader ในทุกระดับมีทักษะในการบริหารคนที่เหมาะสม และใช้เป็นใช่หรือไม่ ลองอ่านบทความนี้ดูครับ 10 คำถาม คุณเป็น Leader ที่สร้างแรงจูงใจที่ดีหรือยัง

ผลดีคงไม่ต้องพูดถึง แต่ผลเสียของการที่ Leader ไม่สามารถ Assign งานได้อย่างเหมาะสม กำหนดเป้าหมาย และประเมินผลการทำงานไม่ได้ รวมทั้งติดตามงานและพัฒนาทีมงานไม่เป็น ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพรวมขององค์กรแน่นอน และหากใครเป็น Leader หน้าใหม่ ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ 4 เรื่องที่ HR Leader หน้าใหม่ต้องรีบทำ

อย่าปล่อยให้ปัญหาเรื่องการบริหารคนเป็นจุดอ่อนขององค์กรครับ

4. ยกระดับองค์กรให้เป็น Employer of Choice
ถ้าองค์กรของเรามีนโยบาย และมีมาตรการในการดูแลคนเป็นอย่างดีในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น ต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในการแสดงให้คนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิงกลุ่มที่เป็น Future Employee หรือ Target Candidate ของเราได้รับรู้ รวมไปถึงสร้างความภูมิใจให้กับพนักงานในปัจจุบันของเราด้วย

การสื่อสาร Employer Branding เป็นสิ่งที่หลายองค์กรมองข้าม และผมไม่อยากให้องค์กรพลาดโอกาสในเรื่องนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
ในช่วงวิกฤต สิ่งที่คนทำงาน และคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงานมองหาคือ ความมั่นคงขององค์กร และความมั่นคงในงาน ถ้าองค์กรมีสิ่งนี้เป็นจุดแข็ง อย่ารู้แค่เพียงในองค์กร เพราะต้องไม่ลืมว่า ในอนาคตของทุกองค์กรที่ต้องการการเติบโตอย่างยั่งยืน เราต้องการหน้าใหม่ ๆ เข้ามาบริหารงานต่อ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าองค์กรของเรา ไม่เป็นที่รู้จักเลย หรือองค์กรเราเป็นที่รู้จัก แต่ไม่มีใครอยากจะร่วมงานด้วย

ย้ำอีกที ใช่จังหวะนี้ ในการทำให้องค์กรของเราเป็นที่รู้จัก และเป็น Employer of Choice ของ Future Employee ให้ได้ เพราะเมื่อเราเป็น Employer of Choice องค์กรจะเป็นฝ่ายเลือก และเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กร