Categories
Human Resource

7 สิ่งที่ช่วยให้ Remote Workers ทำงานได้ Productive ในช่วงโควิด-19

เผย Top 7 สิ่งที่ช่วยให้ Remote Workers ทำงานได้อย่าง Productive

ในช่วง COVID-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2019 ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกภาคอุตสาหกรรมล้วนได้รับผลกระทบจวบจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน สำหรับงานด้าน HR เองก็ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก หลายอุตสาหกรรมปรับตัวโดยการทำงาน Remote Working สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับ HR leaders ที่จะต้องจัดการดูแลพนักงานให้ทำงานภายใต้สถานการณ์นี้ได้อย่างราบรื่นยกตัวอย่างในภาคธุรกิจการให้บริการทางการเงิน

ผลสำรวจของ PwC ระบุว่าจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พนักงานมีความเครียด นอนไม่หลับ รวมถึงขวัญและกำลังใจของพนักงานลดลงถึง 32% ในแง่ของวิธีการทำงาน ทำให้รูปแบบการทำงานต้องเปลี่ยนไป ทั้งการทำงานแบบ Remote Working, การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น AI รวมถึงการโฟกัสทักษะการทำงานที่ต้องเพิ่มเติมพื่อให้ตรงกับความต้องการของงานที่เปลี่ยนไป

จากผลสำรวจ PwC’s Remote Work Survey มีการเปรียบเทียบให้เห็นว่าก่อนมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การทำงานแบบ Remote Working นั้นอยู่ที่ 29% และหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ที่ 69% ขณะที่การทำงานแบบ Remote Working นั้นทำให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงานเกือบรวมเข้าด้วยกัน Fidelity Investment บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินสัญชาติอเมริกา กล่าวว่าหัวหน้าควรส่งเสริมให้พนักงานได้มีเวลาพักเบรกจากการทำงานเพื่อลดความเครียด เขาให้พนักงานได้พักผ่อนในช่วงบ่าย จากการกระทำนี้ ทำให้เขาได้รับอีเมลขอบคุณอย่างท่วมท้นด้วยรูปภาพการพักผ่อนจากพนักงาน เช่น การงีบหลับ, พนักงานไปเดินเล่นกับพ่อแม่ หรือการพาลูกไปเล่นที่สวนสาธารณะ เป็นต้น

ในทางกลับกัน ผลรายงานระบุว่าการทำงานแบบ Remote Working นั้นก็ช่วยให้พนักงานมี Productivity ในการทำงานมากขึ้น 88% ของคนทำงานธุรกิจการบริการด้านการเงินระบุว่าการจัดการเรื่อง Work from Home ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้างนั้นมีประโยชน์กับพวกเขามากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องมานั่งจัดการเพื่อเรียนออนไลน์ พนักงานบางคนที่อยู่บ้านคนเดียวหรือบางคนที่เป็นพนักงานใหม่เกิดความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งเคว้งคว้างบนเกาะร้าง การทำงานแบบ Remote Working ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ HR และ leaders จึงมีบทบาทสำคัญมากที่จะช่วยให้พวกเขาทำงานได้อย่างราบรื่นและไม่รู้สึกกังวล เพราะฉะนั้นการสื่อสารและการสนับสนุนจาก leaders และบริษัทจึงช่วยทำให้พนักงานมีชีวิตที่ดีได้

“In many industries, employees are struggling and hurting, the value of employer support is powerful”
“ในหลายอุตสาหกรรม พนักงานกำลังดิ้นรนและเจ็บปวด การช่วยเหลือและซัพพอร์ตจากนายจ้างเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมาก”

และนี่คือ 7 สิ่งที่ช่วยให้ Remote Workers ทำงานได้อย่าง Productive ในช่วง COVID-19

1. อุปกรณ์การทำงาน: เช่น แลปทอป เครื่องปริ๊น หรืออุปกร์อื่น ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของพนักงานให้ทำงานได้อย่างราบรื่น

2. ความยืดหยุ่นในการพักงาน: เพื่อลดความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนหรือการสร้างความยืดหยุ่นในการพักเบรกจาการทำงานจะช่วยทำให้พนักงานได้คลายเครียดและผ่อนคลาย

3. กฏที่ชัดเจนเรื่องเวลาทำงาน: กำหนดกฎที่ชัดเจนสำหรับเวลาที่พนักงานจะต้องอยู่ standby เพื่อไม่ให้เป็นภาระการทำงานของคนในทีมที่อาจต้องทำงานร่วมกัน รวมถึงกำหนดเวลาอย่างชัดเจนสำหรับเวลาทำงาน เพื่อไม่ให้รบกวนชีวิตส่วนตัวของพนักงาน

4. ความยืดหยุ่นในการทำงาน: สร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น ช่วงเวลาในการทำงานที่สามารถเลือกได้ หรือตัดการประชุมที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้พนักงานได้ไปโฟกัสกับการทำงานได้อย่างเต็มที่

5. แอปพลิเคชันและข้อมูลที่ช่วยในการทำงาน: แอปพลิเคชัน เทคโนโลยีและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ช่วยให้พนักงานทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้แอปพลิเคชันเหล่านั้นต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้

6. การช่วยเหลือจัดการภาระงาน (Workloads): การจัดการภาระงาน แบ่งงาน มอบหมายงานอย่างพอดี คอยติดตามและพร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำพนักงานเมื่อเกิดปัญหา

7. ประสบการณ์ที่คุ้มค่า, การเทรนนิ่ง การเรียนรู้: การสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ การสร้างกิจกรรมที่พนักงานได้มีส่วนร่วม รวมถึงการให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะให้เหมาะสมกับงานที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปหลังโควิด-19 บทบาทของ HR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยรักษาคนในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง talents ขององค์กร อย่าลืมว่า ‘คน’ คือกุญแจความแตกต่างสำคัญที่จะช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ขององค์กร

‘If the employees are well taken care of, the clients are well taken care of’

แล้ววันนี้องค์กรของคุณดูแลและใส่ใจพนักงานของคุณได้ดีแล้วหรือยัง ?

Source: https://bit.ly/3vk5oRG

Categories
Business Human Resource

Uncertainty Era อย่าปล่อยให้พนักงานสับสนและคิดไปเอง

uncertainty era อย่าปล่อยให้พนักงานสับสนและคิดไปเอง

” บริษัทอื่นเค้า Work From Home กัน บริษัทเราเอาด้วยมั้ย ต้องถามใคร ทำไมบริษัทไม่สื่อสารอะไรเลย “

อย่าลืมเรื่องของการสื่อสารในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ อย่าคิดไปเองว่าพนักงานทุกคนจะเข้าใจเหมือนกัน เพราะเอาแค่ผู้บริหารเองไม่กี่คน รวม HR เข้าไปด้วย ถ้าต้องถามว่าสถานการณ์แบบนี้ต้องทำอย่างไร ผมก็มั่นใจว่าต้องมีซักจำนวนนึงที่คิดไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะในภาพใหญ่หรือในรายละเอียดของการทำงาน

แล้วถ้าองค์กรใหญ่ ๆ จำนวนพนักงานเยอะ คาดหวังเอาว่าพนักงานทุกคนจะคิดจะทำเหมือนกัน เป็นไปได้เหรอ ?

อาจจะเป็นไปได้ถ้าองค์กรมีวัฒนธรรมที่ชัดเจนสอดคล้องกับปัญหาที่เจอ เมื่อไหร่ที่งานสะดุด ไม่ต้องมองตาก็เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่พนักงานแต่ละคนต้องทำ

องค์กรเราเป็นแบบนั้นหรือยัง ถ้ายัง ทำไมถึงไม่สื่อสาร

Uncertainty Era คือส่วนหนึงของ VUCA World ที่เราเจอกันอยู่ เมื่อไหร่ที่ความไม่แน่นอน active ขึ้นมา อย่างแรกที่ผู้บริหารต้องคิดก่อนเลยคือ เราจะต้านสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือเราต้องยอมเดินตามสถานการณ์ไป และไม่ว่าจะต้านหรือจะตาม ก็ต้องมองให้ออกว่า Positive และ Negative จะไปเกิดขึ้นตรงไหน ที่สำคัญคือ Positive และ Negative ที่ว่า ส่งผลกระทบกับเป้าหมายจริง ๆ ใช่หรือไม่

และต้องคิดให้ไว อย่ามัวแต่ลีลา อย่าลืมว่า Negative Impact เหมือนเลือดที่ไหลออกเรื่อย ๆ เราต้องรีบหยุดไม่ใช่ปล่อยให้ไหลไปโดยไม่จัดการอะไร

ที่ต้องจัดการต่อคือ ทำให้เกิดความชัดเจนว่าเราจะเดินไปทางไหนให้ Key Stakeholder ทั้งหมดของเราเข้าใจไปในทางเดียวกัน อย่าปล่อยให้คิดไปเอง ยิ่งในสถานการณ์ที่เราต้องเร่งการเตินหน้าเพื่อเอาชนะสถานการณ์ ทุกคนควรจะมีเป้าหมายเดียวกันที่ชัดเจน

ถ้าเราเป็นคนที่เดินนำหน้า มีคนเดินตามหลังแล้วเราเดินไปเจอหลุมพรางอยู่ข้างหน้า เราคนเดียวที่เห็นว่ามีหลุมอยู่และเราหลบทัน ถ้าเราไม่ให้สัญญาณกับคนข้างหลังให้เร็ว เค้าจะหลบหลุมทันเหมือนเรามั้ย

ลองคิดดูนะครับ